เมื่อ สเปรย์พริกไทย กลายเป็นของ ผิดกฎหมาย
posted on 11 Jul 2009 22:05 by serinazzz in Otherเมื่อ สเปรย์พริกไทย กลายเป็นของ ผิดกฎหมาย
“ข่ม ขืนแล้วฆ่าสุดอำมหิต ฆาตกรงัดร้านมินิมาร์ทกลางดึกเข้าไปขยี้สาวใหญ่เจ้าของร้านจนหนำใจ ขณะที่เหยื่อพยายามต่อสู้ คว้าเหล็กแป๊ปจะตีเลยโดนฟันด้วยมีดเหวะหวะทั้งตัวตายคามือ ก่อนที่จะหลบหนีไปพร้อมทรัพย์สิน ตำรวจคุยรู้ตัวผู้ต้องสงสัยว่า เป็นคนในพื้นที่” สาวใหญ่ท่านนี้ อาจจะรอดชีวิตหากในวันนั้นเธอมีอุปกรณ์ป้องกันตัว ที่เหมาะสมในการป้องกันตัวมากกว่า เหล็กแป๊ป
สเปรย์ พริกไทย เป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวที่ได้รับความนิยมเพื่อการป้องกันตัวของผู้หญิงมาเป็น เวลานาน เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวที่หยุดคนร้ายได้จริง แต่ไม่ส่งผลแค่เพียงให้เกิดอาการไอจาม หรือแสบตา ลืมตาไม่ขึ้น โดยอาการทั้งหมดจะหายไปในเวลา ประมาณ 15-30 นาที ซึ่งจะไม่ส่งผลร้ายกับคนร้ายในระยะยาว แต่ก็เป็นระยะเวลาที่เพียงพอในการหนีเอาตัวรอด
โดยธรรมชาติของสเปรย์ พริกไทย เป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวที่เหมาะกับการนำมาใช้ป้องกันตัวแบบตั้งรับ สำหรับคนร้ายที่จะนำสเปรย์พริกไทย มาใช้จู่โจมผู้อื่นนั้นยาก เนื่องจากผู้ฉีดจะต้องหนีไปอีกทาง หากจะวิ่งไล่ฉีดผู้อื่น คนร้ายก็จะโดนสเปรย์พริกไทยไอจามไป จึงไม่เหมาะกับการนำสเปรย์พริกไทย ไปทำร้ายผู้อื่นนั้น เป็นอย่างยิ่ง
จากเหตุผลดังกล่าว สเปรย์พริกไทย จึงเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิง ปลอดภัยกว่าการใช้มีด หรือเครื่องช๊อตไฟฟ้า และหยุดคนร้ายทันที ดีกว่าอุปกรณ์ส่งเสียงดัง หรือสเปรย์สี แบบใดๆ
อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าเสียดาย ที่อุปกรณ์ป้องกันตัว ที่ชื่อว่า สเปรย์พริกไทย ในประเทศไทย กลับเป็นของผิดกฎหมาย ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง รายชื่อวัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 แก้ไขเพิ่มเติมตามประกาศ พ.ศ.2546 พ.ศ.2547 และ พ.ศ.2548 ในลำดับที่ 258 ได้ระบุไว้ว่า “ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสำคัญที่ใช้เพื่อขัดขวางระบบการ ทำงานของร่างกายเป็นการชั่วคราวเพื่อการป้องกัน ตัวหรือทำร้ายผู้อื่น ” เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 โดย ห้ามมิให้ นำเข้า จำหน่าย พกพา สำหรับผู้ที่ฝ่าผืนมีโทษจำคุก 1 ปี หรือปรับ 1,000,000 บาท โดยทั้งนี้ คณะกรรมการอาหารและยา ติดความว่าหมายถึง สเปรย์พริกทุกชนิด
เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในการควบคุมวัตถุอันตราย คณะกรรมการอาหารและยา ให้เหตุผลในการควบคุมเข้มงวด เนื่องจากเกรงว่าจะมีการนำสเปรย์พริกไทยไปใช้ในทางที่ผิด
อย่างที่เราทราบกันดี ว่าสเปรย์พริกไทย เป็นสินค้าที่ขายกันทั่วไป ในประเทศไทยมาเป็นเวลานานกว่า 20 ปี โดยส่วนใหญ่เชื่อว่า ผู้จำหน่ายไม่ทราบว่ากำลังจำหน่ายของผิดกฎหมาย รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ไม่ทราบถึงข้อกฎหมายข้อนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วไป ก็พกพาสเปรย์พริกไทย เป็นอุปกรณ์ระงับเหตุเบื้องต้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายส่วนซื้อสเปรย์พริกไทยจากร้านค้าทั่วไป เหมือนกับประชาชน
จากการศึกษา ในคดีที่มีการกระทำผิดด้วยสเปรย์พริกไทย โดยฝีมือพลเรือน ในประเทศไทยนั้น มีเพียง 2 คดี เท่านั้น ซึ่งคดีเป็นการชิงทรัพย์ ที่เกิดขึ้นในปี 2550 ที่เกิดโดยผู้กระทำผิดคนเดียวกัน ชื่อนายชัยพิบูล หรือตุ้ย นาคถิน โดยได้ทรัพย์ครั้งแรกเป็นทอง ทอง 4 บาท ครั้งที่ 2 เป็นโทรศัพท์มือถือโนเกีย รุ่นเอ็น 72 (ที่ได้ทรัพย์สินไปเพียงครั้งละ 1 ชิ้น เข้าใจได้ว่า คนร้ายคงจะไอจามจากสเปรย์ของตัวเอง จึงไม่มีเวลาหยิบฉวยทรัพย์ได้มากนัก) และถูกจับได้แทบจะทันที หลังการก่อเหตุทั้ง 2 ครั้ง
ส่วน คดีข่มขืน จากสถิติ ของประเทศไทย ปีงบประมาณ 51(ต.ค.50-ก.ย.51) แจ้งความ 4,736 คดี จับกุมได้ 2,340 คน เฉลี่ยแล้วผู้หญิงไทยถูกข่มขืน ทุกๆ 2 ชั่วโมง แต่จากงานวิจัยประเมินว่าจริงๆ แล้ว มีผู้หญิงที่ถูกข่มขืนแล้วไม่มาแจ้งความ อีก 6 เท่า คือมีผู้หญิงที่ถูกข่มขืนทั้งหมดประมาณปีละ 33,000 คน
ในขณะที่ผู้รักษาความสงบของบ้านเมื่อคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่มีกำลังเพียงพอในการรักษาความสงบได้ทั้งหมดแล้ว ผู้หญิง ไทย ซึ่งตกเป็นเหยื่ออยู่ทุกวัน ก็ไม่มีสิทธิ์ในการพกพา สเปรย์พริกไทย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวสำหรับผู้หญิงที่ดีที่สุด แล้วจะให้ผู้หญิงไทยป้องกันตัวด้วยอะไร
หาก เราดูถึงกฎหมายของ ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่าง ในรัฐต่างๆ ของสหรัฐอเมริกา จะเห็นได้ว่ามี กฎหมายที่ควบคุมสเปรย์พริกไทยในรูปแบบอื่นๆ เช่น
· Washington, D.C.,ผู้ต้องการ ครอบครองสเปรยพริกไทยจะต้องลงทะเบียนกับ DC Meteropolitan police เสียก่อน
· Massachusetts สเปรยพริกไทยจะขายให้ผู้ที่มี firearm identification cards (ใบอนุญาตครอบครองอาวุธ)
· New York สเปรยพริกไทยจะสามารถขายโดยผู้ที่ได้รับอนุญาตในการค้าขายอาวุธหรือเภสัชกร
· Wisconsin สเปรยพริกไทยมีขีดจำกัดในภาชนะ 15 – 60กรัม 10% ของที่เป็นส่วนประกอบที่ที่ทำปฏิกิริยา โดยจะต้องปราศจากสีหรือCN/CS
· Michigan สเปรยพริกไทยจะถูกกฎหมายถ้ามีสารที่ทำปฏิกิริยาน้อยกว่า 2% สิ่งนี้จะลดช่วงเวลาของผลที่เกิดขึ้น แต่สเปรยพริกไทยที่ประกอบด้วยส่วนผสม CN/CS ก็ถูกห้ามเช่นกัน
· ในอีกหลายรัฐ สเปรยพริกไทยสามารถซื้อได้จากร้านค้าต่างๆและพกได้อย่างถูกกฎหมายเมื่ออายุ 18 ขึ้นไป
จะเห็นได้ว่าในต่างประเทศ มีการควบคุมสเปรย์พริกไทย แต่ก็มิได้ห้ามในการพกพาเสียเลย แต่มีเงื่อนไขในการในมีไว้ครอบครองต่างๆ
ทั้งนี้จึง ต้องการเสนอแนะไปยัง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ให้มีการผ่อนปรน กฎหมายการควบวัตถุอันตรายในส่วนของสเปรย์พริกไทยเสียใหม่
อย่างไรก็ตาม ยังคงเห็นว่าสเปรย์พริกไทยก็ควรจะมีการควบคุมอยู่บ้าง เช่น
1. ผู้จำหน่าย สเปรย์พริกไทยจะต้องลงทะเบียนกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
2. สเปรย์พริกไทยต้องมาการ Run Serial Number และ การจำหน่ายสเปรย์พริกไทย ทุกชิ้นจะต้องมีข้อมูลผู้สั่งซื้อ พร้อมเลขที่บัตรประชาชน
3. กำหนดความเข้มข้นของสารในสเปรย์พริกไทยในปริมาณที่เพียงพอกับการป้องกันตัว และ มิให้มีสารอันตรายที่จะก่อให้เกิดผลข้างเคียงในระยะยาว
หรือสำนักงานอาหารและยา (อย.) เป็นผู้ผลิตเองก็จะเป็นการดี
ทั้งนี้ ThaiBodyGuard มีความเชื่อมั่นว่า เมื่อมีการผ่อนปรนกฎหมายให้พกพาสเปรย์พริกไทยได้สำหรับประชาชน น่าจะก่อประโยชน์ ในการลดอาชญากรรมในผู้หญิงได้มากกว่า การที่จะเป็นโทษ สำหรับคนร้ายจะนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรม เนื่องจากสเปรย์พริกไทย เป็นอุปกรณ์ก่ออาชญากรรมที่ไม่ดีนัก และยังอาวุธชนิดอื่นๆ ที่เหมาะแก่การก่ออาชญากรรมและราคาไม่สูงเท่าสเปรย์พริกไทย เช่น มีด และ เครื่องช๊อตไฟฟ้า เป็นต้น
ขอเชิญชวนให้ทุกท่าน โปรด ร่วมลงนาม รวมพลังเพื่อเป็นหนึ่งเสียง ในการสนับสนุนให้มีการปรับปรุงประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ว่าด้วยวัตถุอันตราย เพื่อให้สเปรย์พริกไทย ได้เป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวที่ผู้หญิงไทย สามารถพกพาได้ โดย ThaiBodyGuard.com จะขอรวบรวมรายชื่อทั้งหมด เสนอแก่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
***โปรดร่วมกันลงนาม เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึง พลังอันยิ่งใหญ่ของผู้หญิงไทย ที่ต้องการป้องกันตัวเอง จากอาชญากรรม
ลิงค์นี้เลยค่ะ : http://www.thaibodyguard.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538845538&Ntype=7
Credit : thaibodyguard.com

